Fictober #11 one, two, three

Fictober

#11 One, two, three

Paring : Harry Holland x Asa Butterfield

Note : มันมาแล้ว ความเรือผีที่ชิปอยู่เงียบๆ เด็กรุ่นๆอยู่ด้วยกันแล้วป้าใจไม่ดีเลยค่ะคุณ

The sequel from
#5 Spacing
#6 Declined

#21 Maxed

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

เอซ่ายืนอยู่หน้าบ้านฮอลแลนด์อีกสักพัก ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับไป เสียงเปิดปิดประตูดังโครม พร้อมกับเงาร่างคุ้นตาทั้งสองที่ออกมาจากบ้านก็ทำให้ต้องรีบหลบข้างหลังพุ่มไม้แทบไม่ทัน สบถกับตัวเองว่าแทนที่จะรีบๆหนีออกไปให้พ้นๆ ดันต้องมาติดแหงกอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
สิ่งที่เห็นคือ แฮร์ริสันผลุนผลันออกมาคว้าตัวทอมไปกอดไว้ พูดคุยอะไรบางอย่างที่ได้ยินไม่ถนัดนัก แต่นั่นก็มากพอที่จะเข้าใจอะไรๆได้เมื่อร่างสูงจูบลงข้างขมับแผ่วเบา และซุกซบไหล่เล็กๆนั้น ครู่หนึ่งก่อนจะพากันเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน

และสมองยังไม่ทันประมวลผลว่าต้องรู้สึกอย่างไร เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เอซ่าสะดุ้งสุดตัว และเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ราวกับโลกถล่มลงมา

 

แฮร์รี่ ฮอลแลนด์ น้องชายของทอม!

 
“ฉันแค่จะมาหาทอม.. ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู” เลือกตอบสิ่งที่ดูจะใกล้เคียงความจริง และฟังขึ้นที่สุด หากแต่อีกฝ่ายกลับเลิกคิ้ว มองไปที่แสงไฟในห้องนอนของทอมสลับมาที่เขา

“ฉันเห็นนายแอบตามทอมมาสักพักแล้ว ถึงช่วงนี้ทอมดูจะติดนาย ก็ใช่ว่าจะมีโอกาสขึ้นมาหรอกนะ”

เอซ่ากัดฟันกรอด ความโมโหและอับอาย ที่ถูกมองออกนั้นมากพอที่ทำให้มีความกล้าตอกกลับไป

“แล้วจะทำไม? นายเป็นทอมหรือไง?”

“ฉันไม่ใช่ทอม แต่ฉันรู้ว่าแฮร์ริสันไม่มีวันทำให้พี่ชายฉันเสียใจ”

ประโยคนั้นแทงใจเข้าอย่างจังจนเถียงไม่ออก อารมณ์ที่พุ่งสูงเป็นน้ำเดือดจัดลดฮวบลงกลายเป็นติดลบ ภาพเหตุการณ์ที่ยังติดตรึงเมื่อครู่ฉายซ้ำในหัว ตอกย้ำอีกทางว่าเขาไม่มีวันเข้าไปอยู่ในใจของ ทอม ฮอลแลนด์ได้

 

“จะบอกว่าฉันจะทำให้ทอมเสียใจงั้นหรือ?”

สีหน้าของเขาคงจะเหมือนลูกสุนัขถูกทิ้งน่าดูจนอีกฝ่ายถึงกับชะงักไป และดูเลิกลั่กขึ้นมาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็กลับมาวางท่ากวนอารมณ์ต่อ

 
“เข้าใจผิดแล้ว.. ฟังนะ สิ่งที่นายควรรู้เอาไว้มีสามข้อ หนึ่งคือ ทอมต่างหากที่จะทำให้นายเสียใจ”

 
แค่ข้อแรกก็ลังเลที่จะอยู่ฟังต่อ แต่ก็เปลี่ยนความคิดลองทนดูอีกสักตั้ง ในเมื่อไหนๆมันก็เป็นวันที่เลวร้ายอยู่แล้ว เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีอะไรแย่ลงไปได้กว่านี้อีกไหม

 

“ข้อสองคือ ฉันไม่”

 
นั่นฟังดูผิดคาดไปมาก.. แต่ไม่ปล่อยให้เขาได้สงสัยนาน ประโยคถัดไปของแฮร์รี่ไขข้อข้องใจได้หมด และมันทำให้เขาแทบจะอ้าปากค้าง

 

 

“และสุดท้าย ฉันชอบนาย เอซ่า”

 

 

 

END

Should we?

 

 

 

TALK :

แท็กคู่ไปแล้วถือว่าสปอยมั้ยนะ งือ แต่ก็ไม่กล้าไม่แท็ก กลัวเผื่อมีคนอ่านแล้วผิดหวัง ฮ่าาาา

Advertisements

Fictober #21 Maxed

Fictober

#21 Maxed

Paring : Harrison Osterfield x Tom Holland

The sequel from
#5 Spacing
#6 Declined

Note : ตอนนี้จะเป็นพาร์ทของทอมนะคะ จะว่าต่อกันมั้ยก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าแนะนำให้อ่าน พาร์ทเอซ่า fictober #5 กับ #6 อ่านเอาความคร่าวๆก็ได้ค่ะ

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

ทอมไม่เคยคิดว่าระหว่างเขากับแฮร์ริสันจะมีอะไรเปลี่ยนไป

 

พวกเขาเจอกันครั้งแรกในวันเปิดภาคเรียนของไฮสคูลปีหนึ่ง จากแค่คำทักทายง่ายๆ กลายมาเป็นบทสนทนาอันไม่รู้จบ เขาชอบตัวเองเวลาที่อยู่กับแฮร์ริสัน และคิดว่าอีกฝ่ายก็คงคิดแบบเดียวกัน พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ มีสถานที่ที่เป็นความลับระหว่างสองคน รู้ตัวอีกทีก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน

 

เย็นวันหนึ่งที่สวน Hampstead Heath*พวกเขานั่งบนพื้นหญ้าตรงเนินเขา เบื้องล่างเป็นทิวทัศน์ของลอนดอน บ้านเรือนเริ่มเปิดไฟต้อนรับความมืดที่ใกล้จะมาเยือน ท้องฟ้าสีส้มจนเกือบแดง แสงของมันกระทบเสี้ยวใบหน้าคมที่หันมาทางเขา แฮร์ริสันยิ้ม

วินาทีนั้นเขาคิดว่าในชีวิตคงไม่ต้องการอะไรอีก

 

ทอมพอใจที่จะอยู่กับความสัมพันธ์ที่เป็นเส้นตรงแบบนี้ตลอดไป โดยไม่ได้นึกถึงว่า วันหนึ่งกราฟของมันจะเพิ่มขึ้นจนแตะเพดานสูงสุดของคำว่า ‘เพื่อน’

 

สวน Hampstead Heath ที่เดิม เวลาเดิม เปลี่ยนไปตรงคราวนี้สิ่งที่ได้รับจากแฮร์ริสันไม่ใช่แค่รอยยิ้ม แต่เป็นจูบ..

มันนุ่มนวล ชวนให้ลอยละล่อง สลับกับจมดิ่งไปตามพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน หากแต่ความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับก่อตัวในใจของเขา และเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว จนมือเล็กๆต้องดันอีกฝ่ายออกไป แววตาที่ถูกส่งมาจากดวงตาสีอ่อนคู่นั้นชวนให้เจ็บร้าวในอกจนต้องเบือนหน้าหนี

 

“เราไม่ควรทำแบบนี้..”

“ใช่ ฉันรู้.. แต่นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันทำไปเพราะอะไร”

ทอมเม้มปาก หัวใจพองโตแต่กลับปวดหนึบ เขาไม่รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้หมายความว่าอะไร

เขาเข้าใจแฮร์ริสัน แต่ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่อยากทำให้แฮร์ริสันเสียใจ แต่ทุกสิ่งที่เคยทำให้ได้เสมอเมื่ออีกฝ่ายต้องการ กลับทำไม่ได้ในตอนนี้..

 

มันยาก.. อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด เพราะแฮร์ริสันรู้จักเขาดี รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรในเช้าวันต่อไปที่มารับที่บ้าน มันปกติอย่างเหลือเชื่อ มีเพียงแค่การโอบกอดแนบชิด และคำบอกรักผ่านทางสายตาเท่านั้น ที่คอยเตือนว่าเรื่องเมื่อวานไม่ใช่ความฝัน

 

“พี่นี่งี่เง่าชะมัด ถ้าแฮร์ริสันมีคนอื่นขึ้นมาผมจะไม่แปลกใจเลย”

นอกจากนี้ก็ยังมีเจ้าน้องชายที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นน้องแฮร์ริสัน หรือน้องตัวเอง ที่ย้ำอยู่ทุกวันต่อสถานการณ์ที่เป็นอยู่

 

เขาอยากขอเวลานอก.. จนวันหนึ่งที่ไปห้องสมุดเพราะดันสอบตกวิชาประวัติศาสตร์ของอาจารย์จอมโหด บรรณารักษ์เจ้าของดวงตาสีฟ้าราวกับคริสตัล กลายมาเป็นเพื่อนคนใหม่ของเขา โดยไม่รู้ตัว ความสงบใจจากการได้พักเรื่องราวชวนปวดหัว กลายมาเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการทะเลาะกันครั้งแรกระหว่างพวกเขา

 

“อยู่กับฉันมันอึดอัดมากเลยเหรอ”
“แฮซ.. มันไม่ใช่อย่างนั้น นายไม่เข้าใจ..”

เป็นอีกครั้งที่แฮร์ริสันทำร้ายเขาทางอ้อมด้วยคำพูดตัดพ้อจากเจ้าตัว บรรยากาศราวกับเป็นใจเมื่อตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยสักคน ไม่ต้องพูดถึงแฮร์รี่ที่ช่วงหลังๆมักจะลากแซมออกไปทุกครั้งที่แฮร์ริสันมาหา คราวนี้พ่อกับแม่ก็พาแพดดี้ออกไปซื้อของด้วย อากาศในห้องนอนของเขาดูจะเบาบางลงไปกะทันหัน จากบทสนทนาที่กลายมาเป็นตึงเครียดเมื่อวนกลับมาพูดถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือ

 

“นายต่างหากที่ไม่เข้าใจ ทอม..” ประโยคสั้นๆแต่ทำให้ปวดไปทั้งใจอย่างเหลือเชื่อ หากสังเกตสักนิดก็คงจะเห็นว่าเขากำลังร้องบอกผ่านทางสายตาขอให้หยุด.. แต่ดูจะไม่เป็นผลเมื่อทางนั้นก็กำลังรู้สึกไม่ต่างกัน

 

“ฉันว่าฉันกลับดีกว่า”

“แล้วนายเหลือทางเลือกให้ฉันบ้างไหม ทำไมต้องบอกให้เข้าใจทุกอย่าง”

“ทอม..”

“นายไม่ต้องกลับ ฉันไปเอง และฉันคงเข้าใจอะไรมากไปกว่านี้ไม่ไหวแล้ว”

 

เป็นครั้งแรกที่เดินออกมาจากพื้นที่ข้างๆคนคนหนึ่งที่เคยคิดว่าดี และอบอุ่นที่สุดในโลก แทบไม่รู้ตัวตอนที่เดินออกมาถึงนอกบ้าน จนกระทั่งถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ ดึงเข้าไปให้จมหายในอ้อมกอดนั้น ความเปียกชื้นข้างแก้ม และเสียงสูดหายใจคงมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขากำลังร้องไห้

 

“ปล่อย..”

“ขอโทษ..” ริมฝีปากแตะแผ่วเบาลงบนขมับ ยิ่งใบหน้าคมซบลงบนไหล่อย่างพ่ายแพ้ หัวใจก็อ่อนยวบพาลให้กลายเป็นรู้สึกผิดขึ้นมาแทน.. เพราะอย่างนี้เขาจึงไม่เคยปฏิเสธแฮร์ริสันไม่ได้สักที

 

“เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก โอเคไหม”

 

ชั่วอึดใจหากแต่นานเป็นนิรันดร์ในความคิดของคนที่รอ จนกระทั่งทอมพยักหน้าตกลง.. แฮร์ริสันถอนหายใจอย่างโล่งอกโยกศีรษะเขาเบาๆ จ้องมองลึกไปยังดวงตาที่ยังรื้นน้ำอย่างมีความหมาย

 

เขาไม่รู้เรื่องอนาคต แต่อย่างน้อยสิ่งเดียวที่มั่นใจได้คือพวกเขาจะไม่มีวันปล่อยมือไปจากกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม

ทอมมองแผ่นหลังที่เดินนำกลับเข้าไปในบ้าน ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง จะรู้สึกให้ได้มากเท่ากับที่ได้รับจากแฮร์ริสัน..

เป็นสักวันหนึ่งที่เขาอยากให้มันมาถึงเร็วๆ..

 

 

 

(คิดว่า) END

 

 

TALK :

*Hampstead Heath เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในลอนดอน
https://www.tripadvisor.com/Attraction_Review-g186338-d211768-Reviews-Hampstead_Heath-London_England.html

ชอบเพราะปกอัลบั้ม+เพลงของวง Mumford and sons ค่ะ

https://m.youtube.com/watch?v=dW6SkvErFEE

Fictober #6 Declined

Fictober

#6 Declined

Paring : Asa Butterfield x Tom Holland x Harrison Osterfield

The sequel from #5 Spacing

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

เป็นโชคดีของเขาที่แฮร์ริสันไม่ได้ตกวิชานี้ด้วย และดันมีเรียนอย่างอื่นช่วงเวลานี้พอดี จึงมีแต่ทอมที่ต้องเทียวไปเทียวมาห้องสมุดอยู่คนเดียว จากชีวิตไฮสคูลอันแสนน่าเบื่อ จนได้มาเจอกับทอม เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้อยากมาเรียน และกลายมาเป็นมากกว่านั้น เมื่อได้มาใกล้ชิดพูดคุยกันแทบทุกวัน เขาร่าเริงราวกับเป็นต้นไม้ที่ได้เจอแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรก จนบางครั้งก็ทั้งรำคาญ และไม่อยากจะเชื่อตัวเอง

 

“โอ้ยยย วุ่นวายชะมัด!” ทอมร้องโอดโอย พลางบิดขี้เกียจฟุบหน้าลงบนโต๊ะหนังสือ

เอซ่าส่ายศีรษะอย่างเอ็นดู ชักจะเข้าใจเจ้าเพื่อนสนิทจอมหวงขึ้นมาทุกทีว่าทำไมต้องคอยตามทุกฝีเก้า ก็ดันน่ารักขนาดนี้ ถ้าหากเขาได้อยู่ใกล้ๆก็คงทำแบบเดียวกัน

 

“ทำไมนายเก่งจังเลย เอซ่า” ช้อนดวงตากลมๆขึ้นมอง เห็นแล้วก็อยากจะร้องตะโกนว่าเลิกทำให้เขาหลงเสียที

“ถ้าคุณตั้งใจเรียนก็ทำได้อยู่แล้ว”

“เลิกพูดสุภาพกับฉันได้แล้ว ห่างกันแค่ปีเดียวเอง”

“ครับ.. เอ้ย ได้สิ ทอม” ริมฝีปากบางแย้มยิ้ม สดใสเสียจนเขาต้องยิ้มตามทั้งที่ปกติก็ไม่ได้ทำบ่อยนัก..

 

ให้ตาย นี่เขาใช้โควต้าความสุขทั้งชีวิตหมดไปหรือยังนะ..

 

เขาเคยชินกับผู้ชายตัวเล็กที่เข้ามาห้องสมุดพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม นั่งเท้าคางฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ยุควิคตอเรียนที่ต้องทำรายงาน ผ่านมาร่วมเดือนจนเอซ่าคิดว่าทอมน่าจะส่งมันไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดจะถามขัดระหว่างที่เห็นอีกคนกำลังง่วนกับการหาหนังสือเล่มอื่นๆอ่านต่อ และคอยถามโพล่งขึ้นมาเวลาที่ขัดใจ

ทอมเป็นคนเปิดเผย ทุกอย่างแสดงออกมาทางสีหน้า และคำพูด ทำให้เห็นชัดเจนเวลาที่เจ้าตัวมีเรื่องไม่สบายใจ.. โดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก เอซ่าถามขึ้นมาขณะที่เห็นคนข้างๆนั่งเหม่อมองหนังสือหน้าเดิมมาร่วมสิบนาที

 

“ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายเซ็งไปด้วย” อ้อมแอ้มตอบกลับมาเสียงเบา ก่อนคำพูดต่อมาจะพาลให้หัวใจที่เคยพองโตห่อเหี่ยวลงทันใด

 

“มีเรื่องกับแฮร์ริสันนิดหน่อยน่ะ..”

 

เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าปล่อยให้สิ่งน่ากลัวที่เรียกว่า ความคาดหวัง กัดกินใจไปมากถึงเพียงนี้

 

“เล่าให้ฉันฟังได้ไหม?”

“ช่วงนี้หมอนั่นทำตัวแปลกๆ”

“แปลกๆ?”

ทอมรีบพลิกหนังสือหน้าต่อไปและตั้งอกตั้งใจอ่านเกินความจำเป็น บวกกับแก้มใสที่พลันแดงจัดขึ้นมาทำให้แทบไม่ต้องถามต่อ พวกเขาคุยกันอีกสักพักไม่ให้บรรยากาศกระอักกระอ่วน ก่อนทอมจะขอตัวกลับไป

 

เอซ่ายังนั่งอยู่ที่เดิม ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด.. เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองโง่เง่าขนาดนี้มาก่อนในชีวิต กล่าวโทษทุกสิ่ง แม้แต่วินาทีแรกหลงใหลไปกับประกายดวงตาสีน้ำตาล ทอม ที่ชนะการแข่งขันวิ่งผลัดในงานแข่งกีฬาของโรงเรียน กำลังถูกผู้คนห้อมล้อม และจับโยนขึ้นอย่างสนุกสนาน

มันเจิดจ้า ส่องแสงมาถึงเขาที่อยู่แต่ในมุมมืด

 

ไม่น่าตกหลุมรักคนคนนี้แต่แรกเลย..

 

มันเป็นแค่คำตัดพ้อต่อโชคชะตาที่ไม่มีวันบอกให้ใครได้ยิน..

 

 

เขาพาตัวเองมายืนอยู่หน้าบ้านฮอลแลนด์ที่ไม่ได้มานานแล้ว บอกกับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย.. ความจริงที่ได้รู้ในวันนี้มันมากเกินคำปฏิเสธที่ทอมมีให้ก่อนที่เขาจะคิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ด้วยซ้ำ น้ำตาเพียงหนึ่งหยดที่รีบปาดมันออกไป พร้อมๆกับรอยยิ้ม ไม่มีความหมายอะไรนอกจากคำบอกลาเงียบๆต่อคนที่แอบรัก และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป

 

 

 

To be continue someday on October

Fictober #5 Spacing

Fictober

#5 Spacing

Paring : Asa Butterfield x Tom Holland (x Harrison Osterfield)

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

ระยะห่างในการแอบติดตามคนคนหนึ่งไม่ให้รู้ตัวคือไม่เกิน 20 เมตร นั่นคือสิ่งที่เอซ่าคำนวณไว้

เขารีบยกหนังสือในมือมาปิดบังใบหน้าตัวเองเมื่อพบว่าคนที่กำลังรอเดินเข้ามาในสวนหลังโรงเรียน.. เป็นไปตามคาด ถ้าหากเหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนเข้าวิชาต่อไป ทอม ฮอลแลนด์ และ เพื่อนสนิทมักจะมาเดินเล่นกันก่อนเสมอ ร่างเล็กกระโดดโลดเต้น พลางยกไม้ยกมือขณะกำลังเล่าอะไรบางอย่างอย่างออกรส เรียกให้เอซ่าอมยิ้มบาง

อากาศทึมๆของฤดูใบไม้ร่วงทำอะไรความสดใสราวกับพระอาทิตย์นั้นไม่ได้เลยสักนิด.. และทิวทัศน์จะดีกว่านี้มาก ถ้าไม่ติดว่าเจ้าคนที่เดินอยู่ข้างๆยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีอ่อนพลางย้ายไปโอบไหล่นั้นอย่างเอ็นดู

แม้จะไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก แต่ก็พาลให้ถอนหายใจด้วยความเซ็งสุดชีวิต ก่อนจะลุกเดินออกไปจากที่ตรงนั้น

 

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กแว่นสุดเนิร์ดอย่างเขาจะตกหลุมรักใครสักคนได้ และดันเป็นคนดังประจำโรงเรียนอย่าง ทอม ฮอลแลนด์.. แค่นี้ก็ดูไม่มีหวังจะแย่ ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ เจ้าผู้ชายที่จำชื่อรางๆได้ว่า แฮร์ริสัน ยังคอยทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตลอดเวลา

แต่เอาเข้าจริงถ้าจะให้ตรงเข้าไปจีบทอมมาเป็นแฟนก็ชาตินี้คงไม่มีความกล้าพอ ได้แต่ใช้ความคิดห่วยๆที่ว่า แค่ได้แอบมองทุกวันแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว เป็นน้ำหล่อเลี้ยงใจอยู่เรื่อยไป

 

.

.

 

วันนี้ควรจะเป็นอีกหนึ่งวันแสนธรรมดาที่เขาเป็นเวรบรรณารักษ์ห้องสมุด.. ติดตรงที่ขณะกำลังเรียงหนังสือเข้าชั้นก็พลันได้ยินเสียงแหบเล็กเป็นเอกลักษณ์ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนต้องแอบมองระหว่างช่องว่างเล็กๆของชั้นวาง

ชิท! นั่นทอม!

ต้นเหตุเสียงหัวใจที่เต้นรัวในตอนนี้อยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งชั้นหนังสือกั้น เขาไม่เคยอยู่ใกล้ทอมมากขนาดนี้ในชีวิต และนั่นทำให้เขากำลังจะเสียสติ

ขายาวถอยกลับหวังจะไปตั้งหลัก แต่ดูจะผิดจังหวะเมื่อดันชนเข้ากับชั้นด้านหลังจนหนังสือพากันร่วงลงมาดังสนั่น

 

“เฮ้ย!? เป็นอะไรรึเปล่า!?”

“ผ.. ผมโอเค”

 

คิดว่าคงจะตายไปแล้วจริงๆ ตอนที่อีกฝ่ายรีบร้อนวิ่งเข้ามาช่วงดึงตัวเขาที่กำลังนั่งตะลึงงันอยู่บนพื้น อาการประหม่าทำให้หลุบสายตาลงต่ำ มองรองเท้าตัวเองจนแทบทะลุ เคยแอบหวังเอาไว้ลึกที่สุดของใจว่าอาจมีปาฏิหาริย์ให้วันหนึ่งได้ใกล้ชิดกับทอม เหมือนพระเจ้าเพิ่งจะรับรู้แล้วแกล้งปามันใส่ตรงหน้าแรงๆจนตั้งรับไม่ทัน

 

“นาย เป็นบรรณารักษ์งั้นเหรอ?”

“ใช่..”

ไม่แปลกที่ทอมร้องห๊ะออกมา แม้แต่ตัวเองยังแทบไม่ได้ยินเสียงที่พูดไปเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่นานใบหน้าน่ารักนั้นก็คลายความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นบัตรประจำตัวที่ติดบนเสื้อ

 

“คือฉันต้องทำรายงานซ่อมวิชาประวัติศาสตร์น่ะ.. นายพอจะช่วยแนะนำหนังสือหน่อยได้ไหม?”

 

.

.

 

และหลังจากวันนั้น ระยะห่างของเขากับ ทอม ฮอลแลนด์ ก็สั้นขึ้นมาอีกนิดหน่อย

 

 

To be continue someday on October

Fictober #4 Smooth like…

Fictober

#4 Smooth like…

Paring : Harrison Osterfield x Tom Holland

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

Fictober

#4 Smooth like…

Paring : Harrison Osterfield x Tom Holland

 

 

 

“อย่าเซ็งไปเลยน่า เดี๋ยวก็ยาว”

นั่นคือคำปลอบใจของแฮร์ริสันหลังจากที่เขาจำเป็นต้องตัดผมเสียสั้นกุดเพื่อการแสดง

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ห่วงหล่อ หรือหวงผมอะไรมากมายนัก กังวลนิดๆหน่อยๆว่าจะดูเด๋อด๋า ก็แค่ความไม่ชิน ที่อีกสักพักก็คงจะหาย..

แฮร์ริสันขยี้ศีรษะสั้นเกรียนไม่เบานัก เรียกเสียงโวยวายกลับไป แต่ไม่นานก็ต้องหยุดลง เพราะรอยยิ้มพร้อมสายตาหวานละมุนที่ถูกส่งมา..

ยกมือจะสางผมที่คิดว่าจะต้องยุ่งเหยิงจากความขี้แกล้งของอีกคน แต่ก็พลันนึกขึ้นได้ว่ามันไม่จำเป็น

 

 

น่าหงุดหงิดชะมัด..

 

 

.

.

 

 

ทอมโยนผ้าเช็ดตัวไปอีกทางลวกๆ หลังออกมาจากห้องอาบน้ำ เตรียมจะกระโจนลงเตียงนุ่มๆให้สมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน ถ้าไม่ติดว่าคนที่นั่งอ่านหนังสือบนโซฟากวักมือเรียกเสียก่อน

มือใหญ่รั้งแขนให้นั่งลงบนตัก โอบกอดเอาไว้หลวมๆจากด้านหลัง แตะปอยผมที่ท้ายทอยเบาๆ พลางยืดตัวสูดดมกลิ่นหอมจากแชมพู และด้วยความที่ทรงแบบผู้ชายมันสั้น ปลายจมูกโด่งจึงแตะเข้ากับต้นคอชวนให้ห่อตัวจั๊กจี้

 

“ผมนายเริ่มยาวแล้วเหมือนกันนะ..”

“อืม.. เหรอ ไม่รู้สึกเลยแฮะ”

“จริงนะ เมื่อเดือนที่แล้วยังจับแบบนี้ไม่ได้เลย”

 

ปลายนิ้วมือนั้นยังคงคลี่จับเส้นผมในมือเขาเล่น..

อย่างที่ว่า เขาไม่ได้สนใจทรงผมตัวเองมากขนาดนั้น ก็แค่ชอบเวลาที่ถูกแฮร์ริสันสัมผัสแบบตอนนี้ ช่างแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับเวลาที่เขาปัดๆมันให้เข้าที่เข้าทางหลังตื่นนอนทุกเช้า มันนิ่มลื่น อ่อนโยน และสงบใจอย่างบอกไม่ถูก

ก็เลยไม่อยากให้ผมมันสั้นเกินไปเท่านั้นเอง

 

 

 

 

END

 

Fictober #3 Bicep

Fictober

#3 Bicep

Paring : Harrison Osterfield x Tom Holland

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

ณ ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ภายใต้ความแห้งแล้งยังคงเหลือความอุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำสายใหญ่ ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนแถบนี้

ตระกูลออสเตอร์ฟิลด์ปกครองเมืองทางตอนเหนือมาหลายชั่วอายุคนด้วยความเที่ยงธรรม ประชาชนต่างอยู่กันอย่างผาสุก และยกย่อง สวามิภักดิ์ให้เป็นผู้ครองแคว้น แฮร์ริสัน ออสเตอร์ฟิลด์ ลูกชายคนโต เป็นความหวังของทุกคนว่าจะสามารถสานต่อหน้าที่อันสำคัญนี้ต่อจากผู้เป็นบิดา

นอกจากนี้พวกเขายังมีสัมพันธ์อันดีต่อตระกูลฮอลแลนด์ที่ปกครองเมืองอีกฝั่งทางตอนใต้ เนื่องด้วยติดต่อทำการค้ามาเป็นเวลานาน

ปัญหาอยู่ที่ว่าระยะหลัง ฝั่งฮอลแลนด์เริ่มมีลูกค้ารายใหญ่ที่ล่องเรือจากแดนไกลมาทางทะเล การจะกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตให้แน่นแฟ้นคงหนีไม่พ้นเรื่องเดิมๆ..

 

ในตอนแรกแฮร์ริสันออกจะเห็นใจน้องสาวของตนอยู่ไม่น้อยที่ต้องเข้าพิธีดูตัวกับหนุ่มต่างเมือง ทุกอย่างมีขั้นตอนเป็นการเป็นงานวุ่นวาย จนพวกเขาแทบจะไม่ได้เจอหน้าทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน พอสบโอกาสได้ไถ่ถาม อาการเขินอาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดเมื่อเขาเริ่มจะซักมากไปดูจะเป็นคำตอบได้อย่างดีว่า คงจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

และตารางต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองวันนี้ คือ การล่องเรือชมแม่น้ำ ตัวเขาที่ไม่มีหน้าที่อะไรก็ถูกสั่งให้เป็นยามเฝ้าวังไปตามระเบียบ

ทุกอย่างดูปกติเป็นที่สุด ไม่ว่าจะทหารองครักษ์ที่ทำหน้าที่ตัวเองได้อย่างดี เหล่าสาวใช้ทำความสะอาดกันอย่างขันแข็ง และแม่ครัวที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมอาหารค่ำมื้อใหญ่อีกวันหนึ่ง

กลิ่นหอมหวนลอยไปทั่วจนชวนให้ท้องร้อง เขาแอบย่องเข้าไปในห้องอาหารเล็กที่มีกับข้าวบางอย่างวางเตรียมไว้รอเสิร์ฟ มือที่กำลังจะแอบหยิบผลไม้ในจานชะงักทันทีเมื่อดันมีอีกมือจากใต้โต๊ะคว้ามันไปก่อนต่อหน้าต่อตา

 

“เฮ้ย!!?”

 

สองเสียงประสานกัน พร้อมๆกับเสียงวัตถุกระแทกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งเดาได้ไม่ยากเมื่อบุคคลปริศนาด้านใต้ค่อยๆโผล่หน้าออกมาพลางลูบหัวตัวเองป้อยๆ เพราะรู้ตัวดีว่าหลบต่อไปก็ไม่มีประโยชน์

 

“นายเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” เสียงทุ้มกดต่ำด้วยไม่อยากทำให้ผู้คนพากันแตกตื่น รีบแตะมือไปที่มีดพกข้างลำตัวเพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดการต่อสู้

“ใจเย็นน่า ฉันมันแค่โจรจากสลัม อยากจะขออาหารเหลือจากคนรวยบ้างไม่ได้หรือไง”

อีกฝ่ายยกสองแขนขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ รอยสักรูปตัวอักษรโบราณบนกล้ามเนื้อต้นแขนเตะตาเขาตั้งแต่วินาทีแรก ใบหน้าหวานถูกปิดบังจากผ้าคลุมขาว ทำให้เห็นเพียงแค่ดวงตากลมๆสีน้ำตาล เช่นเดียวกับผมของเจ้าตัว แค่ดูห่างๆยังรู้ว่าเนื้อผ้านี้คงไม่ใช่ราคาถูกๆ ไหนจะรองเท้าเดินทางที่ทำมาจากหนัง แถมยังแอบเข้ามาได้ถึงวังชั้นใน..

ดูแบบนี้ยังไงก็ไม่ใช่โจรกระจอกแน่..

 

“ถอดผ้าคลุมออก”

 

ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะไปยังคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามช้าๆอย่างหยั่งเชิง เป็นไปตามคาดเมื่อเด็กหนุ่มถอยห่างออกไปตามเขาเช่นกัน และขณะที่เอื้อมมือจะไปกระชากผ้าคลุมเจ้าปัญหานั้น เสียงวัตถุผ่านอากาศก็ลอยมาจากมีดพับที่ถูกขว้างออกไปปักผนังอีกด้านโดยคนตรงหน้า เฉียดแก้มเขาเพียงคืบ ร่างเล็กอาศัยจังหวะทีเผลอที่เขาหันไปมองพุ่งตัวหนีไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว แฮร์ริสันรีบตามไปแต่ไม่ทันเสียแล้ว ใช้เวลาค่อนชั่วโมงค้นหาในสวนก็พบเพียงความว่างเปล่า จนต้องสบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย

 

 

หมอนั่นเป็นใครกันนะ!!?

 

 

 

To be continue someday on October

 

Fictober #2 Elementary

Fictober

#2 Elementary

Paring : Harrison Osterfield x Tom Holland

 

 

::…………………………………………………………………………………………::

::……………………………………………::

::…………………….::

 

 

ทอม ฮอลแลนด์ กำลังเหยียดกายบนโซฟา มีเพียงผมชี้ๆโผล่พ้นกองหมอนอิงใบใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือ ท่าทางแบบนี้ถ้าหากอยู่ที่บ้านล่ะก็ จะต้องโดนคุณแม่ของเขาเอ็ดเอาชุดใหญ่ข้อหาทำตัวขี้เกียจแน่ๆ แต่จะว่าไปมันก็ไม่ถูกนัก เพราะเขาเองเพิ่งจะได้หยุดหลังจากไปถ่ายภาพยนตร์ในป่าติดกันตั้งหลายวัน นี่เป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะพักผ่อนที่สุด

 

“ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะ จะกินเลย หรือจะอาบน้ำก่อน”

น้ำเสียงคุ้นเคยดังออกมาจากห้องครัวก่อนตัว เขากดหยุดเกมชั่วคราว เหลือบตามองร่างสูงที่ยืนอยู่อีกด้านโดยไม่แม้แต่จะขยับตัว

“วันนี้มีอะไรกิน”

“เสต็กเนื้อ คาโบนาร่า สลัดผลไม้ อ้อ จะเปิดไวน์ด้วยมั้ยล่ะ”

ได้ยินคำตอบที่ชวนให้พอใจแล้วก็ขยับตัวเปลี่ยนมานอนเท้าคาง “หัดเป็นพ่อครัวใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“เรื่องพื้นๆน่ะฮอลแลนด์”

 

ท่าทางยักไหล่กวนๆบวกกับสีหน้ามั่นใจเกินจริงทำเอาทอมเปรยยิ้มขบขัน

นั่นกลายเป็นคำพูดติดปากของแฮร์ริสันไปเสียแล้ว

 

 

.

.

 

 

“แฮซซ่า เมื่อวันก่อนนายซื้อลาเต้จากร้านไหนนะ ที่มันไม่ค่อยหวานดีน่ะ”

“อ้อ ออกจากยิมแล้วเลี้ยวซ้าย บล็อกที่สอง ร้านสีน้ำเงิน”

“แต้งค์กิ้ว” ยิ้มร่า ก่อนจะคว้ากุญแจรถออกไป

“แค่ร้านกาแฟที่กินอยู่บ่อยๆพี่ควรจะจำได้บ้างนะ”

“ยุ่งน่ะแฮร์รี่” ไม่วายโผล่หน้ามาต่อปากต่อคำคนที่นั่งอ่านแม็กกาซีนอยู่ในห้องนั่งเล่นก่อนไป เรียกให้คนอยู่ฝ่ายกลางส่ายศีรษะ

 

“เรื่องพื้นๆน่ะ ฉันจำเก่งอยู่แล้ว”

 

พูดอีกแล้ว… แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ชอบหรอกนะ..

 

 

.

.

 

 

ทอมอยู่บนโซฟาตัวเดิมกับเมื่ออาทิตย์ก่อน ต่างก็ตรงที่ไม่ได้นอนเล่นอย่างสบายใจเหมือนเคย อาการไอจากไข้หวัดทำให้ยกมือป้องปาก สบถเบาๆอย่างหงุดหงิดเมื่อร่างกายหนักอึ้ง แม้แต่จะขยับแขนยังลำบาก สมองมึนเบลอจนไม่รู้ว่ามีคนเดินมานั่งลงอยู่บนพื้นข้างๆ เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนมือเย็นๆนั้นแตะวัดไข้ที่หน้าผาก

 

“ยังตัวร้อนอยู่นะ ลุกขึ้นมากินยาก่อน”

เขาครางรับในลำคอแทนคำตอบ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆโดยมีมือใหญ่ช่วยประคอง จะหันไปหยิบแก้วน้ำกับยา แต่อีกคนกลับยื่นมาป้อนให้ถึงริมฝีปาก ด้วยตอนนี้ที่ไม่มีแรงจะเถียง หรือขัดขืนจึงได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย เตรียมใจว่าถ้าหายเมื่อไหร่คงโดนล้อเรื่องนี้ไปอีกสักพักทีเดียว

 

“กลับไปนอนที่ห้องไหวไหม”

“ไม่ไหว จะอุ้มเหรอ”

แฮร์ริสันหัวเราะ เคาะศีรษะเขาเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว พลางช่วยดึงผ้าห่มให้ชิดคอขณะเขาเอนตัวลงนอนอีกครั้ง

“เรื่องพื้นๆน่ะ อย่าท้าฉันนะทอม นายไม่อยากโดนเจ้าแฮร์รี่มันล้อเอาแน่”

“อะไรๆก็เป็นเรื่องพื้นๆสำหรับนายไปหมด ชักจะเก่งเกินไปแล้วนะ คุณแฮร์ริสัน” กล่าวแซวทั้งรอยยิ้ม พิษไข้กับยากำลังออกฤทธิ์ตีกันมั่วจนทุกอย่างเริ่มพร่ามัว เห็นเพียงภาพลางๆตอนแฮร์ริสันโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู

 

 

“สำหรับนายฉันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

 

 

และคงกำลังฝันอยู่ตอนที่สัมผัสของปลายจมูกกดลงข้างแก้ม

ถึงแม้ถ้าตื่นมาแล้วอาการจะไม่ดีขึ้น อย่างน้อยเขาก็คิดว่าตัวเองฝันดีทีเดียว..

 

 

 

END